SiamFlights.
editorial pillar Fact-checked บาทเป็นหลัก

การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงเข้า/ออกประเทศไทย 2026: ใบอนุญาต DLD

คู่มือ 2026 สำหรับการเดินทางพร้อมสุนัข/แมวเข้าและออกประเทศไทย: ใบอนุญาตกรมปศุสัตว์ (DLD/PVSA), microchip ISO, วัคซีนพิษสุนัขบ้า, ระเบียบ EU TRACES, USDA APHIS, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนโยบายสายการบิน Thai Airways, Bangkok Airways, AirAsia

SE เขียนโดย Siamflights Editorial Team · อัปเดตเมื่อ May 2026 · 5 นาทีที่อ่าน

พร้อมเดินทาง? เปรียบเทียบราคาตั๋วจริงตอนนี้

ผลแบบเรียลไทม์จาก 200+ สายการบินผ่าน Aviasales

ราคาบาทเรียลไทม์ · 200+ สายการบิน

ค้นหา BKK–JED

Bangkok → Jeddah

จองผ่านลิงก์นี้ — เรารับค่าคอมเล็กน้อย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ

ราคาบาทเรียลไทม์ · 200+ สายการบิน

ค้นหาเที่ยวบิน

จองผ่านลิงก์นี้ — เรารับค่าคอมเล็กน้อย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ

segment=diaspora /> )}

การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงเข้า/ออกประเทศไทย 2026: ใบอนุญาต DLD, กฎ EU/USA/ญี่ปุ่น/ออสเตรเลีย และนโยบายสายการบิน

เผยแพร่ 22 พฤษภาคม 2026 · อัปเดตล่าสุด 22 พฤษภาคม 2026 · อ่าน 13 นาที

TL;DR: การเดินทางพร้อมสุนัขหรือแมวจากประเทศไทยต้องการ (1) Microchip ISO 11784/11785 สำหรับ EU/UK/AU/NZ, (2) วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ใช้ได้อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง, (3) Certificate of Veterinary Inspection (CVI) จากกรมปศุสัตว์ (DLD), (4) สำหรับ EU/UK ใช้ TRACES endoso, (5) กระเป๋าใส่ IATA-approved, (6) สำรองที่นั่งสัตว์เลี้ยงกับสายการบิน (จำกัด) ค่าใช้จ่ายรวม 8,000-95,000 บาท Thai Airways เป็นทางเลือกหลัก; ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ต้องการกักกัน 10-30 วัน + ตรวจไตเตอร์

สารบัญ

  1. กรมปศุสัตว์ (DLD): หน่วยงานหลัก
  2. Certificate of Veterinary Inspection (CVI)
  3. Microchip ISO + วัคซีนพิษสุนัขบ้า
  4. จุดหมาย EU/UK: TRACES + Echinococcus
  5. จุดหมายสหรัฐ: USDA APHIS
  6. จุดหมายญี่ปุ่น: AQS quarantine
  7. จุดหมายออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์: กักกัน
  8. การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทย
  9. กระเป๋า IATA + นโยบายสายการบิน
  10. ปฏิทินที่เหมาะสมในการเดินทาง
  11. คำถามที่พบบ่อย
  12. แหล่งข้อมูลทางการ

กรมปศุสัตว์ (DLD): หน่วยงานหลัก {#dld}

กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development, DLD) ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตและเอกสารทั้งหมดสำหรับการส่งออกและนำเข้าสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

บริการที่เกี่ยวข้อง:

  • สำนักควบคุม กักกันและตรวจสอบโรคสัตว์ระหว่างประเทศ
  • สำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด (ทั่วประเทศ)
  • ด่านตรวจสัตว์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) + ดอนเมือง (DMK) + เชียงใหม่ (CNX) + ภูเก็ต (HKT) + อู่ตะเภา (UTP)

บริการสำคัญ:

  • ออก Certificate of Veterinary Inspection สำหรับการส่งออก
  • ออกใบอนุญาตนำเข้าและตรวจสัตว์ที่นำเข้า
  • กักกันสัตว์ที่ไม่ตรงตามเงื่อนไข
  • ตรวจสอบเชิงรุกสำหรับโรคต่างประเทศ

Certificate of Veterinary Inspection (CVI) {#cvi}

Certificate of Veterinary Inspection (CVI for Export) เป็นเอกสารหลักที่ DLD ออกให้เพื่อให้สัตว์เลี้ยงสามารถออกจากประเทศไทยได้

เนื้อหา:

  • ข้อมูลสัตว์ (สายพันธุ์, อายุ, เพศ, น้ำหนัก, สี)
  • หมายเลข microchip
  • ประวัติการฉีดวัคซีน (พิษสุนัขบ้า, polyvalent, อื่นๆ)
  • ผลการตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์
  • ใบรับรองความปลอดสารจากโรคแพร่กระจาย
  • ข้อมูลผู้ส่งออก (ชื่อ, เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่)
  • ข้อมูลผู้รับ (ในประเทศปลายทาง)

ระยะเวลา: ใช้ได้ 10-15 วันนับจากวันที่ออก (ต้องเดินทางภายในช่วงนี้)

ขั้นตอน:

  1. 2-3 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง: นัดสัตวแพทย์เอกชน (ตามคลินิก) เพื่อทำเอกสารเตรียม + ตรวจสุขภาพเริ่มต้น
  2. 10-15 วันก่อนวันเดินทาง: ไปสำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด (หรือสำนักควบคุมและกักกัน BKK/DMK) พร้อมเอกสาร + สัตว์เลี้ยง
  3. ตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ DLD
  4. ออกใบ CVI + ค่าธรรมเนียมราชการ (ฟรี)
  5. สำหรับ EU/UK: ขอ TRACES endoso เพิ่มเติม (DLD ทำได้)

ค่าใช้จ่าย:

  • ค่าธรรมเนียม CVI: ฟรี (ตามกฎหมาย)
  • ค่าตรวจสัตวแพทย์: 500-1,500 บาท (เอกชน)
  • ค่าเดินทางไปสำนักงาน: ขึ้นกับท้องที่

Microchip ISO + วัคซีนพิษสุนัขบ้า {#microchip}

Microchip ISO 11784/11785 (15 หลัก):

  • บังคับสำหรับ EU/UK/AU/NZ
  • แนะนำสำหรับสหรัฐ (ไม่บังคับแต่ช่วยเร่งกระบวนการ)
  • ใส่โดยสัตวแพทย์ ค่าใช้จ่าย 500-1,000 บาท
  • ต้องใส่ก่อน หรือพร้อมกับวัคซีนพิษสุนัขบ้า

วัคซีนพิษสุนัขบ้า:

  • ฉีดอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง
  • ใช้ได้ 1 ปี (วัคซีน 3 ปีอาจครอบคลุมยาวกว่า)
  • บันทึกในบัตรวัคซีนที่มีลายเซ็นสัตวแพทย์ + ตราประทับ
  • สำหรับ EU: ต้องตรวจไตเตอร์ FAVN ≥0.5 IU/ml 30 วันหลังวัคซีน

วัคซีนอื่นที่แนะนำ:

  • Polyvalent (DHPPi/L) สำหรับสุนัข — Distemper, Hepatitis, Parvovirus, Parainfluenza, Leptospirosis
  • FVRCP สำหรับแมว — Feline Viral Rhinotracheitis, Calicivirus, Panleukopenia
  • Bordetella สำหรับสุนัข — kennel cough
  • Leishmaniasis สำหรับสุนัข (เมื่อจุดหมายในยุโรปใต้)

จุดหมาย EU/UK: TRACES + Echinococcus {#eu-uk}

ขั้นตอน:

  1. Microchip ISO ก่อน
  2. วัคซีนพิษสุนัขบ้า หลัง microchip
  3. รอ 21 วัน หลังวัคซีน
  4. DLD CVI พร้อมเอกสารครบ
  5. TRACES endoso — ระบบ Trade Control and Expert System ของ EU (DLD ทำได้)
  6. สำหรับ UK เฉพาะ: ตรวจ Echinococcus 1-5 วันก่อนเดินทาง
  7. ตรวจที่สนามบินปลายทาง (CDG, FRA, AMS, MAD, FCO, LHR, BCN, LIS)

ประเทศ EU ที่ไม่ต้องการ Echinococcus เพิ่ม:

  • ส่วนใหญ่ของ EU + เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์

ประเทศที่ต้องการ Echinococcus:

  • สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์, มอลตา, นอร์เวย์

จุดหมายสหรัฐ: USDA APHIS {#usa}

สหรัฐเป็นจุดหมายที่ง่ายกว่า EU:

  1. DLD CVI พร้อม
  2. Microchip ISO แนะนำ (ไม่บังคับ)
  3. วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ใช้ได้ (>30 วันก่อนเดินทาง, <1 ปี)
  4. ตรวจที่สนามบินขาเข้าโดย USDA APHIS (JFK, LAX, MIA, ORD, DFW, IAH, SEA, ATL)
  5. สำหรับสัตว์เลี้ยงอายุ <6 เดือน: ตรวจ CDC เพิ่ม

สายการบิน BKK-USA ที่รับขนส่งสัตว์เลี้ยง:

  • Korean Air (KE) via ICN
  • Japan Airlines (JL) via NRT/HND
  • ANA (NH) via NRT/HND
  • Thai Airways (TG) ขนส่งสินค้าเฉพาะทาง
  • China Airlines (CI) via TPE
  • Cathay Pacific (CX) via HKG

ไม่อนุญาตสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารสำหรับเที่ยวบินทรานส์แปซิฟิก: ส่วนใหญ่ของเส้นทาง BKK→USA ใช้เครื่อง 777/787 ที่ขนส่งสัตว์เลี้ยงในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น

จุดหมายญี่ปุ่น: AQS quarantine {#japan}

ญี่ปุ่นมีกระบวนการเฉพาะตัว:

Animal Quarantine Service (AQS):

  • DLD CVI ต้องผ่านการตรวจสอบของ AQS ก่อน
  • ตรวจ FAVN ≥0.5 IU/ml 6 เดือน-12 เดือนก่อนเดินทาง
  • รออย่างน้อย 180 วันหลังตรวจไตเตอร์ก่อนเข้าญี่ปุ่น
  • แจ้งล่วงหน้า 40 วันถึง AQS ที่จุดผ่านแดน

จุดผ่านแดน: สนามบิน Narita (NRT), Haneda (HND), Kansai (KIX), Nagoya (NGO)

หากเอกสารไม่สมบูรณ์: กักกันที่ AQS Quarantine Station จำกัดถึง 180 วัน

⚠️ ญี่ปุ่นใช้กระบวนการที่เข้มงวด เริ่มเตรียมเอกสารอย่างน้อย 6-7 เดือนก่อนเดินทาง

จุดหมายออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์: กักกัน {#aunz}

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เข้มงวดที่สุด:

ออสเตรเลีย:

  • กักกัน 10-30 วันที่ Post Entry Quarantine Facility (Mickleham, Victoria)
  • ตรวจ FAVN ≥0.5 IU/ml
  • ตรวจสอบโรคหนอนพยาธิ Brucellosis + Leptospirosis + อื่นๆ
  • ทำเอกสารผ่าน Department of Agriculture, Fisheries and Forestry (DAFF)
  • ค่าใช้จ่ายโดยรวม: AUD 4,000-10,000 (≈90,000-220,000 บาท) รวมกักกัน

นิวซีแลนด์:

  • กระบวนการคล้ายออสเตรเลียแต่กักกันที่ Auckland Quarantine Facility
  • Ministry for Primary Industries (MPI) ออกใบอนุญาต
  • ค่าใช้จ่ายโดยรวม: NZD 3,500-8,000 รวมกักกัน

เวลาเตรียมเอกสาร: 6-12 เดือนล่วงหน้า — แนะนำใช้บริการตัวแทนเฉพาะทาง (PetAir, Worldwide Animal Travel)

การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทย {#import}

สำหรับการนำเข้า:

  1. ขอใบอนุญาตนำเข้าจาก DLD ผ่าน e-Service หรือสำนักงาน DLD (15-30 วันก่อนเดินทาง)
  2. เอกสารที่ต้องการ:
    • Health Certificate จากประเทศต้นทาง รับรองโดยทางการ
    • บันทึก microchip ISO
    • บันทึกวัคซีนพิษสุนัขบ้า (>21 วันก่อนเดินทาง, <12 เดือน)
    • ตรวจไตเตอร์ FAVN (สำหรับบางประเทศต้นทาง)
  3. ตรวจที่สนามบิน BKK/DMK ก่อนปล่อย
  4. สำหรับบางประเทศต้นทางที่มีโรคบางอย่าง:
    • กักกันที่ DLD Quarantine Station (โดยปกติ 30 วัน)
    • ค่าใช้จ่ายกักกัน: 500-1,500 บาท/วัน

ประเทศที่ไม่ต้องกักกันเมื่อนำเข้าประเทศไทย:

  • EU, UK, สหรัฐ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย (ผ่านการตรวจ)

ประเทศที่อาจต้องกักกัน:

  • ประเทศที่มีรายงานโรคในสัตว์เลี้ยง ตามที่ DLD ระบุ

กระเป๋า IATA + นโยบายสายการบิน {#carriers}

สายการบินห้องโดยสารห้องเก็บสัมภาระค่าใช้จ่าย BKK → CDG
Thai Airways (TG)ใช่ ≤7 kgใช่ ≤32 kg8,000-15,000 บาท
Bangkok Airways (PG)ไม่ใช่ (ระยะใกล้)n/a
Singapore Airlines (SQ)ใช่ ≤7 kgใช่6,000-12,000 บาท
Qatar Airways (QR)ใช่ ≤7 kgใช่7,000-13,000 บาท
Emirates (EK)ไม่ใช่10,000-18,000 บาท
Air France (AF)ใช่ ≤8 kgใช่8,000-15,000 บาท
KLM (KL)ใช่ ≤8 kgใช่8,000-15,000 บาท
AirAsia (FD, AK)ไม่ไม่-
VietJet Thai (VZ)ไม่ไม่-

กระเป๋า IATA:

  • ห้องโดยสาร: 43×30×19 cm สูงสุด, ใยแข็งหรือแข็ง, ระบายอากาศ
  • ห้องเก็บสัมภาระ: Type II IATA (PP10/20/30 ตามขนาด), แข็ง, ระบายอากาศ 4 ด้าน, สติกเกอร์ “LIVE ANIMAL”
  • ขนส่งสินค้า: Type II/III IATA, การตรวจสอบก่อนเดินทาง

ปฏิทินที่เหมาะสมในการเดินทาง {#calendar}

เดือนความเสี่ยงสำหรับสัตว์เลี้ยงหมายเหตุ
มกราคม-มีนาคมต่ำอากาศเย็นในประเทศไทยและภูมิภาคปลายทาง
เมษายน-พฤษภาคมสูงอากาศร้อน 40°C ในประเทศไทย — สายการบินอาจบล็อคการขนส่ง
มิถุนายน-สิงหาคมสูงมรสุม + พายุ + อากาศร้อน
กันยายน-ตุลาคมต่ำ-กลางปลายมรสุม
พฤศจิกายนต่ำสภาพอากาศคงที่
ธันวาคมต่ำในประเทศไทย, สูงในยุโรป/อเมริกาเหนืออากาศหนาวมากในจุดหมายปลายทาง

เดือนที่ดีที่สุดสำหรับ BKK-EU/USA: มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม, ตุลาคม, พฤศจิกายน

คำถามที่พบบ่อย {#faq}

ฉันต้องการใบอนุญาตอะไรเพื่อพาสัตว์เลี้ยงออกจากประเทศไทย? ใบอนุญาตหลักคือ Certificate of Veterinary Inspection for Export (CVI) จากกรมปศุสัตว์ (DLD - Department of Livestock Development) ในประเทศไทย เป็นเอกสารบังคับ ต้องขอจากสำนักงานปศุสัตว์เขต/จังหวัด หรือสำนักงานควบคุม กักกัน และตรวจสอบโรคสัตว์ระหว่างประเทศ ภายใน 10 วันก่อนเดินทาง ฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่ายราชการ แต่อาจมีค่าตรวจสัตวแพทย์เพิ่มเติม) นอกจาก CVI ต้องเตรียม: หนังสือเดินทางสัตว์, microchip ISO 11784/11785 (15 หลัก), บัตรวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีอายุ

สัตว์เลี้ยงของฉันสามารถนั่งในห้องโดยสารพร้อมฉันได้หรือไม่? ได้ในบางสายการบินและเมื่อน้ำหนักรวมไม่เกิน 7-8 กิโลกรัม (รวมกระเป๋า) Thai Airways (TG) ยอมรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารสำหรับเส้นทางบางเส้น โดยเฉพาะระยะกลาง Bangkok Airways (PG) ไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารแต่อาจขนส่งในห้องเก็บสัมภาระ AirAsia (FD), VietJet Thai (VZ) ไม่รับขนส่งสัตว์เลี้ยง สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ ขนส่งในห้องเก็บสัมภาระแบบมีความดันและความร้อน หรือผ่านบริการขนส่งสินค้าเฉพาะทาง (ต้องจองล่วงหน้า 48-72 ชั่วโมง)

วัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องฉีดเมื่อไหร่ก่อนเดินทาง? วัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องฉีดอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทาง และไม่เกิน 1 ปี (วัคซีน 3 ปีอาจครอบคลุมยาวกว่า) สำหรับ EU/UK ต้อง microchip ก่อน หรือพร้อมวัคซีน — ลำดับสำคัญมาก สำหรับออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ต้องตรวจไตเตอร์ FAVN (≥0.5 IU/ml) อย่างน้อย 30 วันหลังวัคซีน และไม่เกิน 3 เดือนก่อนเดินทาง บางประเทศมี Echinococcus treatment 1-5 วันก่อนเดินทาง (UK, ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์, มอลตา, นอร์เวย์)

ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางจากประเทศไทยเป็นเท่าไหร่? ค่าใช้จ่ายโดยรวมขึ้นอยู่กับขนาดของสัตว์เลี้ยงและจุดหมายปลายทาง: ใบอนุญาต DLD/CVI: ฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่ายราชการ แต่ค่าตรวจสัตวแพทย์ 500-1,500 บาท), Microchip ISO: 500-1,000 บาท, วัคซีนพิษสุนัขบ้า: 300-700 บาท, ตรวจ FAVN (สำหรับ AU/NZ/EU บางประเทศ): 2,500-4,500 บาท, กระเป๋า IATA-approved: 1,500-5,000 บาท, ค่าโดยสารสัตว์เลี้ยง: Thai Airways 4,000-15,000 บาท (ขึ้นกับเส้นทาง), เครื่องบินขนส่งสินค้า (สำหรับสัตว์ใหญ่): 25,000-80,000 บาท รวมโดยรวม: 8,000-95,000 บาท

การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทยจากต่างประเทศต้องทำอย่างไร? การนำเข้าประเทศไทย: (1) ขอใบอนุญาตนำเข้าจาก DLD ก่อนเดินทาง — ส่งคำขอผ่าน DLD e-Service หรือสำนักงานในประเทศไทย (15-30 วันก่อนวันที่คาดว่าจะมาถึง). (2) สัตว์ต้องมี microchip ISO 11784/11785 + วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีอายุ (>21 วันก่อนเดินทาง, <12 เดือน). (3) Health Certificate จากประเทศต้นทาง (รับรองโดยทางการ). (4) ตรวจไตเตอร์ FAVN ในประเทศต้นทาง — ใช้ได้ถ้ามีจากประเทศที่ DLD ยอมรับ. (5) ยื่นเอกสารที่จุดตรวจสัตว์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) หรือดอนเมือง (DMK). (6) สัตว์เลี้ยงจะถูกตรวจโดยสัตวแพทย์ DLD ที่สนามบินก่อนปล่อย. (7) สำหรับบางประเทศต้นทางที่มีโรคบางอย่าง อาจมีการกักกันที่สถานกักกันสัตว์ — โดยปกติ 30 วัน

ฤดูไหนเหมาะที่สุดสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางจากประเทศไทย? ฤดูที่เหมาะสุด: พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ (อากาศเย็นในประเทศไทยและภูมิภาคปลายทาง) สายการบินสามารถปฏิเสธการขนส่งสัตว์เลี้ยงในห้องเก็บสัมภาระหากอุณหภูมิที่จุดต่อเครื่อง/ปลายทางเกิน 29°C หรือต่ำกว่า -5°C ฤดูที่ควรหลีกเลี่ยง: เมษายน-พฤษภาคม (อากาศร้อนถึง 40°C ในประเทศไทย), มิถุนายน-สิงหาคม (มรสุม + พายุ), ธันวาคม-มกราคม (อากาศเย็นมากในยุโรปและภาคเหนือของอเมริกา) เพื่อความปลอดภัย เลือกเที่ยวบินตรง (direct) เพื่อลดความเสี่ยง

แหล่งข้อมูลทางการ {#sources}

เกี่ยวกับ Siamflights Editorial Team

SiamFlights เป็นทีมบรรณาธิการไทย ครอบคลุมโลจิสติกส์คนงาน GCC, แผนผู้แสวงบุญพุทธ (Bodh Gaya/Lumbini), ครอบครัวคนไทยในต่างประเทศ และเส้นทาง ASEAN ทุกบทความเขียนที่หนึ่งเดสก์ ตรวจสอบที่อีกหนึ่ง เผยแพร่ภายใต้ลายเซ็นทีมเดียว ดูทีมบรรณาธิการและมาตรฐานเต็ม.

อัปเดตเมื่อ May 2026

หมายเหตุ: ราคา, กฎวีซ่า และศุลกากรเปลี่ยนแปลงบ่อย ตรวจสอบกับสายการบิน, CAAT, TOEA หรือสำนักจุฬาราชมนตรี ก่อนจอง